Jul 26, 2015   Tips    4,140
Share line

6 ข้อที่พ่อแม่ต้องใส่ใจในการตกแต่งห้องนอนสำหรับเด็ก

สำหรับเด็ก พื้นฐานที่ดีเริ่มต้นจากที่บ้าน โดยเฉพาะห้องนอนซึ่งเด็กส่วนใหญ่ใช้เวลาพักผ่อนและทำกิจกรรมต่างๆ ภายในห้อง มากถึง 8-10 ชม./วัน ห้องนอนจึงมีส่วนสำคัญต่อการสร้างพัฒนาการและการหล่อหลอมบุคลิกนิสัยของเด็กๆ ในการจัดหรือตกแต่งห้องนอนสำหรับเด็ก คุณพ่อคุณแม่จึงควรใส่ใจกับ6 ปัจจัยเหล่านี้ด้วย เพื่อให้มั่นใจได้อีกระดับว่าพวกเขาจะมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น


1. วัย: ถือเป็นปัจจัยอันดับแรกที่จะกำหนดรูปแบบการจัดพื้นที่ใช้สอยและการตกแต่ง เนื่องจากเด็กแต่ละช่วงวัยมีลักษณะการใช้งานห้องนอนแตกต่างกัน อาทิ หากเป็นเด็กเล็ก ส่วนใหญ่จะใช้เวลาในห้องนอนไปกับการพักผ่อน อ่านหนังสือ หรือเล่นสนุก หากเป็นเด็กโต ซึ่งเริ่มมีภาระการบ้านและต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ก็จะใช้ห้องนอนสำหรับทำงาน หรือทำงานอดิเรกของตนเองด้วย


ห้องนอนสำหรับเด็กเล็ก


ห้องนอนสำหรับเด็กโต


2. ความปลอดภัย: เพราะเด็กเป็นวัยที่ไร้เดียงสา อาจไม่ระมัดระวัง หรือไม่รู้ว่าสิ่งไหนเป็นอันตราย ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย จึงเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ผู้ปกครองที่ต้องช่วยป้องกัน โดยเลี่ยงวัสดุปูพื้นที่ลื่นง่าย เช่น กระเบื้องที่มีผิวมันวาว, เลี่ยงการตั้งเฟอร์นิเจอร์ที่มีมุมแหลมไว้ในจุดที่เด็กอาจเดินชน และให้ใช้บานพับประตูแบบธรรมดา ไม่ใช่แบบสปริง เพราะเด็กๆ อาจถูกประตูหนีบได้ง่าย


พื้นที่มันวาวและไม่ได้เคลือบกันลื่น อาจทำให้เด็กๆ หกล้มได้ง่าย


เฟอร์นิเจอร์ที่ไม่มีมุมแหลม ช่วยเพิ่มความปลอดภัยอีกขั้น


3. สุขภาพ: สุขภาพส่งผลโดยตรงต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็ก ห้องนอนเด็กจึงควรโปร่งโล่ง อากาศถ่ายเทสะดวก มีแสงสว่างเพียงพอเพื่อไม่ให้สายตาเสียก่อนวัยอันควร นอกจากนี้ เด็กบางคนอาจมีร่างกายที่บอบบางและแพ้ง่าย จึงอาจเลือกใช้วัสดุที่มั่นใจได้ว่าปราศจากสารพิษและเชื้อรา อาทิ พื้น/ผนัง ไฟเบอร์ซีเมนต์ SHERA หรือเฟอร์นิเจอร์จากไม้อัด SHERA ply


แสงสว่างเพียงพอ อากาศถ่ายเทสะดวก ทำให้เด็กๆ มีสุขภาพที่ดี


ไม้อัด SHERA ply ปราศจากสารที่อันตรายต่อสุขภาพ จนสามารถใช้ในโรงพยาบาลได้


4. พัฒนาการ: พัฒนาการในวัยเด็กนั้นสำคัญที่สุด เพราะเป็นรากฐานของการเรียนรู้ สติปัญญา รวมถึงทักษะในการใช้ชีวิต ห้องนอนเด็กจึงควรมีมุมเล็กๆ สำหรับทำกิจกรรมกระตุ้นพัฒนาการตามช่วงวัย เช่น เด็กเล็ก มีมุมอ่านนิทานและเล่นของเล่นเสริมทักษะกับคนอื่นๆ ในครอบครัว ส่วนเด็กโต มีมุมอ่านหนังสือและทำกิจกรรมที่สนใจ เช่น ดนตรี ศิลปะ งานประดิษฐ์ต่างๆ นอกจากนี้ บางพ่อแม่ท่านอาจเสริมสร้างจินตนาการให้ลูก โดยตกแต่งห้องนอนด้วยไอเดียที่แตกต่างและสร้างสรรค์


มุมของเล่นสำหรับเด็กเล็ก


มุมดนตรีสำหรับเด็กโต


ห้องนอนสุดสร้างสรรค์ สำหรับเด็กๆ ที่ชื่นชอบฟุตบอล


ห้องนอนสไตล์ชายหาด ให้อารมณ์สดใสและผ่อนคลาย


5. อารมณ์: การเลือกใช้สีมีผลทางจิตวิทยาต่ออารมณ์และจิตใจของเด็กๆ แนะนำให้คุณพ่อคุณแม่เลือกสีโทนอ่อนหรือโทนสดใส อาทิ ฟ้า เหลือง ชมพู เขียว ฯลฯ เพราะเชื่อว่าจะทำให้เด็กๆ มีอารมณ์แจ่มใส กระตือรือร้นมากขึ้น ทั้งยังมีส่วนช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และการทำงานของสมอง หากต้องการใช้สีที่สดจัดจ้าน เช่น แดงสด ส้มสด ไม่ควรใช้ทาทั้งห้องเพราะจะทำให้หลับยาก ให้ใช้ตกแต่งบางส่วนควบคู่กับสีอ่อนอย่างสีขาวและสีเบจเพื่อลดความแรง ควรหลีกเลี่ยงสีที่มืดทึบ เพราะอาจทำให้เด็กๆ มีอารมณ์หมองหม่น








6. ความเป็นระเบียบ: ควรมีตู้หรือชั้นวางสำหรับเก็บสิ่งของต่างๆ ภายในห้องให้เป็นระเบียบเรียบร้อยหลังจากใช้งานเสร็จ ไม่ให้ห้องรกเกะกะ เพื่อความสบายตาและความปลอดภัย นอกจากนี้ การให้เด็กๆ รู้จักเก็บของเข้าที่ด้วยตัวเอง ถือเป็นการฝึกความรับผิดชอบและระเบียบวินัยไปในตัว






เพียงเท่านี้ก็ได้ห้องนอนสำหรับเด็กที่ตอบโจทย์ได้ทั้งเรื่องฟังก์ชั่นและการเสริมสร้างพัฒนาการแล้วล่ะค่ะ นอกจากนี้ หากเด็กๆ บ้านไหนอยากมีส่วนร่วมในการออกแบบตกแต่งห้องของพวกเขา พ่อแม่ผู้ปกครองก็อย่าลืมรับฟังความคิดเห็นด้วยนะคะ เพราะนั่นเป็นการส่งเสริมให้เด็กๆ ได้มีความคิดสร้างสรรค์และความกล้าแสดงออกนั่นเองค่ะ
Share line