Mar 08, 2015   Tips    3,909
Share line

9 เทคนิคสร้างบ้านเย็นสบาย แม้อยู่ในเมืองร้อน

ปัจจุบันสภาพอากาศเมืองไทยร้อนขึ้นทุกวันค่ะ ไม่เว้นแม้แต่ภายในบ้านที่เราอาศัยอยู่ แม้จะใช้เครื่องปรับอากาศดับร้อน แต่ก็กลับทำให้โลกร้อนยิ่งขึ้น และยังทำให้เราต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นด้วย


ดังนั้นหากใครกำลังวางแผนจะสร้างบ้านหรือเลือกซื้อบ้านสักหลัง ทีมงานเฌอร่าขอแนะนำ เทคนิคเพื่อบ้านเย็น อยู่สบาย แบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นมิตรกับเงินในกระเป๋าของเรา ดังนี้ค่ะ
 
1. ทิศทาง: ในการวางแปลนบ้าน ควรคำนึงถึงการจัดทิศทางของบ้านให้เหมาะสม มีทางลมเข้า-ออก จะช่วยให้อากาศถ่ายเทและเย็นสบายอยู่ตลอดเวลา และไม่ควรมีสิ่งก่อสร้างหรือสิ่งกีดขวางขนาดใหญ่ตรงทางลม เพราะจะไปบังลมที่จะหมุนเวียนเข้าสู่บ้านเรา
 
 
 
2. หลังคา: ควรเลือกวัสดุมุงหลังคาที่สามารถป้องกันความร้อนได้อาทิ กระเบื้องคอนกรีต กระเบื้องไฟเบอร์ซีเมนต์ กระเบื้องดินเผา นำมาทาสีที่มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อน หรือเลือกใช้กระเบื้องสำเร็จรูปรุ่นพิเศษที่ช่วยสะท้อนความร้อนได้ในตัวอาทิ กระเบื้องห้าห่วง ไตรลอน คูลซึ่งสะท้อนความร้อนได้สูงถึง 80% และประหยัดพลังงานในบ้านได้มากถึง 30%
 
กระเบื้องคอนกรีต (กระเบื้องหลังคาห้าห่วง ชิงเกิ้ล)
 
กระเบื้องไฟเบอร์ซีเมนต์ (กระเบื้องหลังคาเฌอร่า ซีดาร์ เชค)
 
กระเบื้องดินเผา (ภาพจาก baanthaitiles.com)
 
กระเบื้องสะท้อนความร้อน(กระเบื้องห้าห่วง ไตรลอน คูล)
 
 
ควรหลีกเลี่ยงวัสดุประเภทสังกะสีและเมทัลชีท เพราะนอกจากจะนำความร้อนเข้ามาสู่ตัวบ้านแล้ว ยังเกิดเสียงดังก้องได้ง่ายจนรบกวนคนในบ้านด้วย
 
แผ่นหลังคาเมทัลชีท
 
นอกจากนี้ ควรเลือกหลังคาทรงสูง อาทิ ทรงจั่ว ทรงปั้นหยา ทรงมะนิลา เพราะระบายความร้อนได้ดี และยังมีมวลอากาศอยู่ใต้หลังคามากจึงช่วยกันความร้อนได้อีกชั้นและทำชายคาให้ยื่นยาวจากตัวบ้าน เพื่อป้องกันแดดให้กับผนังบ้าน
 
หลังคาทรงจั่ว
 
หลังคาทรงมะนิลา หรือปั้นหยาผสมจั่ว (ภาพแบบบ้านฟรี จากสำนักการโยธา)
 
 
3. ฝ้า: ก่อนติดตั้งฝ้าเพดาน ควรใช้แผ่นสะท้อนความร้อนหรือฉนวนกันความร้อนบุใต้หลังคาและเลือกใช้ฝ้าที่มีช่องระบายอากาศเพื่อลดความร้อนอบอ้าวภายในบ้าน
 
แผ่นฝ้าระบายอากาศ เฌอร่า บอร์ด
 
 
4. ผนัง: ควรทำผนังให้มีคุณสมบัติกันความร้อน อาจเลือกใช้แผ่นผนังสำเร็จรูปที่มีชั้นกันความร้อนติดมาด้วยหรือติดฉนวนกันความร้อน หากเป็นผนังกระจกจะมีความร้อนเข้าบ้านมากเป็นพิเศษ จำเป็นต้องทำชายคาหรือกันสาดให้ยาวเพื่อป้องกันไม่ให้แดดมากระทบกระจกมากจนเกินไป และอาจหาม่านหรือมู่ลี่มาติดเพิ่ม เพื่อช่วยกรองแสง
 
ฉนวนป้องกันความร้อน
 
บ้านที่ใช้ผนังกระจก มักมีอุณหภูมิสูงกว่าใช้ผนังทั่วไป
 
 
5. พื้น: ไม่ควรลาดพื้นคอนกรีตบริเวณรับแดด เพราะพื้นคอนกรีตจะสะสมความร้อนไว้ตอนกลางวัน และจะคลายความร้อนออกมาในตอนกลางคืน ทำให้บ้านของเรามีอุณหภูมิสูงอยู่ตลอดเวลา
 
การทำพื้นคอนกรีตบริเวณรับแดด ทำให้บ้านร้อนขึ้น
 
 
6. รั้ว: รั้วรอบบ้านควรทำแบบโปร่ง ไม่ทึบ เพื่อไม่ให้กีดขวางทิศทางการเคลื่อนที่ของลม
 
รั้วแบบโปร่ง ช่วยให้ภายในบ้านมีลมหมุนเวียนมากขึ้น
 
รั้วไม้ระแนง เฌอร่า
 
 
7. สี: ควรเลือกใช้หลังคาและผนังโทนสีอ่อน เพราะหากเป็นสีเข้มจะดูดความร้อนเข้ามาสู่ตัวบ้านได้มาก หรืออาจเลือกใช้สีที่มีคุณสมบัติด้านการสะท้อนความร้อนโดยเฉพาะ
 
บ้านโทนสีอ่อน สไตล์โมเดิร์น
 
บ้านโทนสีอ่อน สไตล์คอทเทจ
 
 
8. ต้นไม้: การปลูกต้นไม้เอาไว้ในบริเวณบ้านจะให้ความร่มรื่น ให้ร่มเงา และช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้าน นอกจากนี้ หากมีพื้นที่รอบบ้านควรปลูกหญ้าหรือพืชคลุมดิน เพราะพืชคลุมดินจะดูดซับน้ำใต้ดินขึ้นมาแล้วระเหยออกทางใบ อุณหภูมิที่ผิวดินจึงเย็นลง
 
ต้นไม้ใหญ่หน้าบ้าน ป้องกันแสงแดดและความร้อน
 
สวนสีเขียว ช่วยให้สดชื่น เย็นสบาย
 
 
9. น้ำ: สร้างแหล่งน้ำไว้รอบบ้าน อาทิ บ่อน้ำ สระน้ำ ช่วยคลายร้อนได้ เพราะเมื่อลมพัดผ่านน้ำ จะพาความเย็นจากน้ำเข้ามาสู่ตัวบ้าน
 
บ่อน้ำใสๆ เติมความสดชื่นให้บ้านและสวน
 
สระว่ายน้ำ เพิ่มความเย็นสบาย ได้ออกกำลังกายแบบเป็นส่วนตัว
 
 
เพียงเท่านี้ บ้านของเราก็จะเย็นขึ้นได้แบบไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม แถมยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ในระยะยาวแล้วล่ะค่ะ อยู่แล้วเย็นกายสบายใจแบบนี้ คนในบ้านคงมีความสุขมากขึ้นอีกแน่นอน