Jul 17, 2016   Tips    1,351
Share line

รู้สักนิด ก่อนคิดต่อเติมบ้าน

ช่วงนี้หลายคนอาจมีแพลนต่อเติมบ้านเพื่อเพิ่มพื้นที่และฟังก์ชั่นให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนในครอบครัวได้ดียิ่งขึ้น แต่หากวางแผนไม่ดี แทนที่การต่อเติมบ้านจะทำให้เราสุขสบายก็อาจทำให้เกิดปัญหายุ่งยากตามมาได้หลายอย่าง จึงอยากแนะนำให้พิจารณาเรื่องเหล่านี้ให้ดีก่อนตัดสินใจลงมือ


1. โครงสร้างบ้าน: ควรปรึกษาวิศวกรเพื่อให้มั่นใจว่าฐานรากและโครงสร้างของบ้านนั้นสามารถรับน้ำหนักส่วนที่จะต่อเติมได้ไหว เพราะส่วนต่อเติมนั้นอาจมีน้ำหนักมากเกินไป หรือโครงสร้างของบ้านบางหลังอาจไม่ได้เผื่อการรับน้ำหนักไว้สำหรับการต่อเติมในภายหลัง ไม่อย่างนั้นอาจมีปัญหาบ้านเสียหาย แตกร้าว หรือทรุดตัวตามมา




2. ข้อกฎหมาย: ควรปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันไม่ให้ถูกระงับหรือถูกรื้อถอน สำหรับเรื่องที่ต้องระวังมากเป็นพิเศษในการต่อเติมบ้าน คือ ระยะถอยร่น เพราะทางกฎหมายไม่อนุญาตให้เราต่อเติมจนสุดแนวเขตที่ดิน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อบ้านข้างเคียง หากจะต่อเติมควรเว้นระยะถอยร่นจากแนวเขตที่ดินเอาไว้ ดังนี้
- กำแพงทึบ ไม่มีช่องลม ช่องแสง ต้องถอยร่นอย่างน้อย 50 เซนติเมตร
- กำแพงที่มีช่องลม ช่องแสง ของบ้านที่สูงไม่เกิน 9 เมตร ต้องถอยร่นอย่างน้อย2 เมตร แต่หากบ้านสูงเกิน 9 เมตร ต้องถอยร่นอย่างน้อย 3 เมตร
- ระเบียงและเฉลียง ชั้นที่ 1 ทำยื่นไปชิดแนวเขตได้, ชั้นที่ 2 ถอยร่นอย่างน้อย 2 เมตร และชั้นที่ 3 ถอยร่นอย่างน้อย 3 เมตร หรือหากต้องการถอยร่นแค่ 50 เซนติเมตร จะต้องทำราวกันตกเป็นผนังทึบสูง 1.80 เมตรตลอดแนว นอกจากนี้ กันสาดชั้นที่ 2 และ 3 ซึ่งยื่นออกมาจากตัวบ้าน จะต้องอยู่ห่างจากเขตอย่างน้อย 50 เซนติเมตร

ทั้งนี้ ตาม พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร การต่อเติมบ้านถือเป็นการดัดแปลงอาคาร ซึ่งส่วนใหญ่จะต้องยื่นเรื่องขออนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นก่อนเสมอ โดยสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของ ฝ่ายโยธา - สำนักงานกรุงเทพมหานคร
http://203.155.220.217/preservices/public.htm




3. แบบ: ควรเตรียมแบบให้ละเอียดครบถ้วนที่สุด เพื่อประหยัดเวลาและงบประมาณในการสร้าง เนื่องจากแบบที่ละเอียดจะช่วยให้เจ้าของบ้านเห็นภาพรวมทั้งหมดก่อนการรีโนเวทจริง จึงสามารถปรับเปลี่ยนจุดที่ไม่ถูกใจได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่ต้องสร้างไปแก้ไขไปจนทำให้งานช้าและงบบานปลาย ทั้งยังช่วยให้ซื้อวัสดุได้ครบถ้วนในคราวเดียว






4. งบประมาณ: การวางงบประมาณควรศึกษาจากราคาท้องตลาดเพื่อได้ข้อมูลที่ใกล้เคียงความเป็นจริงที่สุด แนะนำให้กำหนดค่าใช้จ่ายแต่ละส่วนให้ชัดเจน เช่น ค่าแบบ ค่าวัสดุ ค่าแรงช่าง ฯลฯ และควรเตรียมงบประมาณเผื่อไว้บ้าง เพราะบางครั้งอาจบานปลายจากเหตุไม่คาดคิด เช่น วัสดุขึ้นราคา มีการเปลี่ยนแบบระหว่างก่อสร้าง หรืองานก่อสร้างล่าช้า ทำให้ต้องจ่ายค่าแรงรายวันเพิ่ม




5. ผู้รับเหมา: แนะนำให้เลือกผู้รับเหมาที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเพื่อให้มั่นใจว่าผลงานได้มาตรฐาน มีสำนักงานเป็นหลักแหล่งเพื่อให้สามารถติดตามทวงถามความรับผิดชอบได้ง่าย ที่สำคัญอย่าลืมตรวจสอบความน่าเชื่อถือและดูผลงานที่ผ่านมาก่อนตัดสินใจจ้างด้วย
เมื่อตัดสินใจแล้ว ต้องทำสัญญาจ้างเป็นลายลักษณ์อักษรให้ชัดเจน ชัดเจน ระบุข้อมูลให้ครบถ้วน ครอบคลุม พร้อมกำหนดเงื่อนไขการจ่ายเงินให้เหมาะสม เพื่อความยุติธรรมและความอุ่นใจสำหรับทั้ง 2 ฝ่าย




6. วัสดุ: พิจารณาเลือกวัสดุชนิดและเกรดที่ตอบโจทย์การใช้งานของเรามากที่สุด โดยดูจากรูปลักษณ์ คุณภาพ คุณสมบัติ ความทนทาน ความสามารถในการรับน้ำหนัก และงบประมาณที่มี อย่าเลือกวัสดุโดยเน้นราคาถูกอย่างเดียว เพราะวัสดุที่ไม่ได้มาตรฐานอาจมีอายุการใช้งานสั้นและอาจทำให้เกิดอันตรายกับคนในบ้าน
สำหรับการต่อเติมชั้นบนของบ้าน ควรเลือกใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบา เพื่อลดผลกระทบต่อโครงสร้างบ้าน เช่น เลือกกั้นห้องโดยใช้แผ่นผนังเฌอร่าบอร์ดมาทำเป็นผนังเบา แทนการก่ออิฐฉาบปูนที่มีน้ำหนักมาก






แค่เตรียมการ 6 เรื่องนี้เอาไว้ให้พร้อมตั้งแต่แรก ก็ช่วยป้องกันความยุ่งยากได้เยอะแล้วล่ะค่ะ คราวนี้งานต่อเติมบ้านจะเป็นไปอย่างเรียบร้อยราบรื่นและง่ายขึ้น แม้จะเป็นเจ้าของบ้านมือใหม่ก็ไม่ยากเกินความสามารถแน่นอน
Share line